admin โพสต์เมื่อ 2013-1-14 21:45:14

รวมเกร็ดความรู้เรื่องคาถาจากคำถามคำตอบ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

รวมเกร็ดความรู้เรื่องคาถาจากคำถามคำตอบ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน  






ภาวนา " ทุ สะ นะ โส "


ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้่าคะ หนูนั่งๆ มีอยู่วันหนึ่ง พอนั่งนิ่งๆ มีคนมาบอกว่าตอนที่ท่องพุทโธนี่แก้วหูจะลั่น แล้วเขาบอกว่าท่อง " ทุสะนะโส "

หลวงพ่อ : ก็ว่าตามเขาสิ

ผู้ถาม : แล้วถึงจะว่าพุทโธได้ใช่ไหมคะ ?

หลวงพ่อ : ว่าตามเขาสั่งก่อน จนกว่าจะสบายนะ ทุ สะ นะ โส นี่เป็นหัวใจเปรต เขาเรียกว่าหัวใจเปรต ถ้าอย่างนั้น ทุ สะ นะ โส ต้องปราบอาการนั้นได้ อาการที่ขวางนะ ก็ว่าไปจนกว่าจะสบายก่อน ตอนหลังก็ลองเปลี่่ยนดู สบายแล้วก็สบายเรื่อยก็ใช้ได้เลย เว้นไว้แต่ว่าเขาจะบอกให้เปลี่ยนใหม่ก็เปลี่ยน ยาวกว่านั้นใช่ไหม คำว่า ทุ ตัวเดียวจมลงไปในหม้อทองแดง อีกตัวโผล่มา สะ แล้วก็ นะ แล้วก็ โส นี่น่ะ พอโผล่พูดคำก็จมลงไป เป็นหัวใจเปรตที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับมานพคนหนึ่งว่า

ถ้าเราว่าคาถาบทนี้อาจจะปราบไอ้อาการนั้นได้ เขาจึงมาบอกให้ใช่ไหม ก็ว่าเรื่อยๆไป ถ้าิยิ่งสบาย ใช้คาถานี้สบายก็ว่าไปเลย เพราะว่าให้ถือว่าคาถาบทนี้พระพุทธเจ้าบอกเรา เพราะคาถาบทนี้พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ในธรรมบทนะ ถือว่าเป็นพุทธานุสสติเหมือนกัน

(คัดจากหลวงพ่อตอบปัญหาในธัมมวิโมกข์ ธันวาคม 2533)

ภาวนาอยากรวย


ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ลูกเห็นทีว่าศรัทธาชักจะเตี้ยลงเหมือนสาละวันเสียแล้ว ทั้งนี้เพราะว่ากำลังใจในด้านการทำความดีมันเหี่ยวแห้งยังไงบอกไม่ถูก คือ ว่าอย่างนี้ ทำบุญทำกุศล ลูกทำตามแบบฉบับหลวงพ่อทุกอย่าง ศีลรักษาแถมยังมีศีล 8 ผสมในวันพระด้วย ภาวนาไม่ต้องห่วงเลยหลวงพ่อคะ ลูกว่าถี่ยิบ เพราะอยากจะรวยเร็วๆ แต่อนิจจาสู้คนข้างบ้านไม่ได้เลย เขารวยมากกว่าลูก เขาทำอะไรได้ดีไปทุกอย่าง ลูกทำอะไรแล้วไม่ได้เรื่องเลย ลูกจึงอยากจะมาปรึกษากับหลวงพ่อว่า มีทีเด็ดคำแนะนำอย่างไรจะไปสู้ข้างบ้านได้บ้างเจ้าคะ ?

หลวงพ่อ : เออ ดูตัวอย่าง อนาบิณฑิกเศรษฐี เขาอยู่กับพระพุทธเจ้าใช่ไหม มีศรัทธา เป็นมหาเศรษฐี แต่วันหนึ่งกรรมที่เป็นอกุศลมาตัด กลายเป็นคนยากจน ต้องกินปลายข้าว แต่ว่าอาศัยที่เคารพพระพุทธเจ้าไม่ช้าก็รวยตามเดิม เป็นกรรมชั่วคราวนะ

ผู้ถาม : อ้อ..อย่างนี้ก็ต้อทำกำลังใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวิบากกรรมชั่วคราว อย่างนั้นก็ต้องรักษาอารมณ์เดิมไว้ก่อน

หลวงพ่อ : ใช่ๆๆๆ ยันไว้อย่าให้พัง

ผู้ถาม : แต่ความจริงที่หลวงพ่อบอกว่า คาถาเงินล้าน ถ้าหากว่าทำเป็นปกติ จิตสบายๆ ก็จะยันไว้

หลวงพ่อ : ต้องทำแบบสบายๆ ปกติๆ จิตเย็นๆ ค่อยๆ ทำนะ ว่าแบบสบายๆ จิตเป็นสุข แต่อย่าลืมว่ากฏของกรรมเข้ามาริดรอนอย่างอนาบิณฑิกเศรษฐีมันก็มีเหมือนกัน และต้องเชื่อตามนี้ก่อนนะ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความกรรมที่เป็นอกุศลเข้ามาตัดรอน และไม่ช้าก็จะสลายตัวไป กุศลมาใหม่ก็รวยใหม่

(จากธัมมวิโมกข์ ธันวาคม 2533)

น่าจะคงมีหลายท่านที่ภาวนาพระคาถาเงินล้านแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาก ขอลงไว้เผื่อให้อ่านให้เป็นกำลังใจทำกันต่อไปครับ


ภาวนาสัมปจิตฉามิ หมาหนี


ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ ทุกๆวัน ลูกจะต้องเดินเข้าซอย กลางซอยจะมีสุนัข 3-4 ตัวเป็นเจ้าถิ่นในซอย พอลูกเข้าซอยปุ๊บลูกจะท่อง " สัมปะจิตฉามิ " ทันที เพราะซอยมันเปลี่ยว พอลูกเดินถึงเจ้าสุนัข พวกมันจะต้องเดินหลบ และก้มหน้าเดินเลี้ยวไปทางอื่น พอลูกเดินพ้นพวกมัน ก็เห็นพวกมันก็มานอนที่เดิมเป็นอย่างนี้ทุกที อย่างนี้เป็นเพราะมันกลัวบทที่ลูกท่อง " สัมปะจิตฉามิ " หรือคะ ?

หลวงพ่อ : " สัมปะจิตฉามิ " เป็นบทขับนี่ ขับศัตรู

ผู้ถาม : ขับทั้งหมาทั้งคนเลยหรือครับ ?

หลวงพ่อ : ใช่...

ผู้ถาม : โอ..อย่างนี้ใครมาทวงหนี้ก็ " สัมปจิตฉามิ " ก็เปิดเลย

หลวงพ่อ : เอาเฉพาะเจ้าหนี้นะ อย่าไปไล่ลูกค้า " สัมปจิตฉามิ " เป็นคาถาย้อน ใครเขากลั่นแกล้งเราก็ตาม ก็กลับไปหาคนนั้น ของพระพุทธเจ้าท่านนะ ท่านบอกที่นิวซีแลนด์ ท่านบอกคาถาบทนี้ใครจะทำอะไรก็ตาม จะย้อนกลับ ไม่เฉพาะบุคคลนั้น ทั้งกลุ่มเลยนะ

(จากธัมมวิโมกข์ เดือนพฤษภาคม 2537)

ท่องคาถาเงินล้านขายของดี


ผู้ถาม : เมื่อคราวไปวัดโพธิ์เมืองปัก อ.ปักธงชัย ไปพบหญิงคนหนึ่งมากระซิบบอกว่า คาถาเงินล้านทำให้ขายผ้าขายผ่อนได้คล่องเหลือเกิน ผมก็ถามว่า เขาว่าอย่างไรละ แกก็เอาเลย " พรหมมา จะ มหาเทวาสัพเพยักขา ปลาร้า ยันติ " (สงสัยจะกินปลาร้าบ่อย แต่ก็ผิดกับภาคกลางนะ สัพเพ หักขา ปะรายันติ) เอ.. ทำไมว่าผิดๆ จึงขายดีได้ละครับ ?

หลวงพ่อ : อย่าลืมซิว่าอยู่ที่การตั้งใจด้วยความเคารพ อย่าง " นะโมพุทธายะ " กับ " นะโมพุทธาแยะ " มัน มีผลต่างกัน ตอนที่ไปเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อปาน กลางคืนก็ไปคุยกับท่าน ท่านถามว่า เจริญพระกรรมฐานภาวนาว่าอย่างไร ก็บอกกับท่านว่า ภาวนาว่า พุทโธ ครับ ท่านบอกว่า คำภาวนานี่ไม่จำกัด อยู่ที่ความพอใจ แล้วท่านก็เล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟัง

ท่านบอกว่า มีพระองค์หนึ่ง เดี๊ยวนี้เขาเรียกว่าปัญญาอ่อน แต่ฉันว่าปัญญาแข็ง อาจารย์สอนท่านให้ภาวนาว่า " นะโมพุทธายะ " ก็ทำได้พอควร เวลานั้นป่าเยอะ ท่านก็ไปนั่งบนยอดเขาแล้วบอกกับอาจารย์ว่า " ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 15 วัน ผมจะไม่กินอาหารครับ " อาจารย์ก็ถามว่า " แล้วเธอจะกินอะไร " ท่านก็บอกว่า " ทำอะไรไม่ได้ก็ให้มันตายไป "

พอไปถึงบนเขาท่านไม่รู้หนังสือ พอขึ้นไป นะโมพุทธายะ กลายเป็น นะโมพุทธาแยะ ไป ตอนเช้าแกหิวขึ้นมาก็ไม่รู้จะกินอะไร บิณฑบาตที่ไหนไม่ได้ ก็อธิษฐานว่าขอหินจงเป็นวุ้น ก็ปรากฏว่ามีวุ้นเกิดขึ้น ก็อิ่ม ทำอย่างนั้นทุกวันจนหมดเวลากำหนด พอออกมาจากป่า ท่านก็กลับมาหาอาจารย์ บอกกับอาจารย์ว่า " คาถาที่อาจารย์ให้ไปนั้นดีมาก ผมไม่มีอาหาร ปรากฏว่ามีวุ้นที่ต้องการให้เป็นรสอะไรก็ได้ " อาจารย์เลยบอกว่า " คุณเก่งมาก แต่ความจริง นะโมพุทธาแยะ มันเป็นตัวเมีย แต่ที่ให้ไปมันเป็นตัวผู้ " พอจำได้จากอาจารย์ก็ล่อ นะโมพุทธายะ ท่านว่า 3 วันอด ต้องเล่น นะโมพุทธาแยะ ตามเดิม

ผู้ถาม : เอ...อย่างเจ้าปักธงชัย ก็ต้องใช้ " ปลาร้ายันติ " อย่างเดิมซิครับ

หลวงพ่อ : ใช่ๆ ขืนฝืนจิตสะดุด ว่าผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ใจเขานึกถึงพระพุทธเจ้ามั่นคง

(จากธัมมวิโมกข์ พฤษภาคม 2537)


ภาวนาคาถาเงินล้าน


ลูกศิษย์ : เรื่องภาวนาคาถาเงินล้าน ?

หลวงพ่อ : คาถาบทนั้นถ้าบูชาพระธรรมดา ท่านถือว่าเป็นเบี้ยต่อไส้ พอจะหมดก็มา บางครั้งก็หวิดเลยนะ ถ้าภาวนาเป็นสมาธินี่เงินจะทรงตัว เขาทำจริงๆต้องภาวนาเป็นฌาณเลย นั่นนะเขาแนะนำเฉพาะคนขี้เกียจ แค่ภาวนา 9 จบ นั่นนะดีจิตเป็นสมาธิ จบที่ 1 จบที่ 2 จิตมันชิน พอเลย 9 จบไปแล้ว ไม่ภาวนาเลย ไม่ต้องหรอก เวลานอนหัวถึงหมอนก็ภาวนาเลยแล้วก็หลับไป ถ้าตื่นขึ้นมาปั๊ปจับต่อไป อย่างนี้เงินขังตัว เงินใช้ไม่หมด เอาอย่างไหน เอาอย่างไม่พอใช้ หรือ ใช้ไม่หมด มี 2 แบบคือ

แบบที่ 1 ถ้าใช้หมดว่า 9 จบ บูชาพระตามระเบียบใช่ไหม

แบบที่ 2 นี่เวลานอนต้องภาวนาเรื่อยไปจนหลับ เวลาภาวนานี่อย่าไปคิดว่าต้องกี่จบนะ ภาวนาไม่ถึงครึ่งจบ หลับก็ช่าง จิตยังสบายว่าต่อเลย เพราะว่าแค่จิตสบาย หรือว่าเราต้องลุกขึ้นไปทำงานก็ไป แต่ว่าถ้ากลางวันๆ เผลอๆ มันนึกขึ้นมาเอง คอยสังเกตุว่าถ้าว่าจิตมันนึกขึ้นมาเองอย่างนั้น ถือว่าจิตทรงฌาณในกรรมฐานบทนี้ ถ้าอย่างนี้กำไรใช้ไม่หมดแน่

" สนทนาธรรมที่ยะลา " ธัมมวิโมกข์เดือนเมษายน 2547

ภาวนาพระคาถาเงินล้านขณะทำงาน


ผู้ถาม : ขณะที่ลูกใช้สมองในการคำนวณในการทำงานไปแล้วก็ภาวนาคาถาเงินล้านดูไปด้วย อย่างนี้จะมีผลหรือไม่เจ้าคะ ?

หลวงพ่อ : โอ..ดีมาก อันนี้ก็ต้องดีมากเชียวนะ ทำไปเรื่อยๆ นะ ภาวนาคาถาเงินล้านขณะทำงาน หรือเลิกงานภาวนาแล้วก็ดี อย่างนี้ดีจิตเป็นฌาณ ทรัพย์สินจะคล่องตัว

(จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ เดือนกุมภาพันธ์ 2537)

ว่าคาถาเงินล้านมือสั่น


ผู้ถาม : ถ้าบูชาพระ นั่งเจริญกรรมฐานเสร็จแล้วก็ต่อด้วยคาถาเงินล้านของหลวงพ่อ ว่าไปสักครู่หนึ่งปรากฏว่ากายสั่น มือสั่น ใจสั่น เหมือนกับอาการจะปลุกพระอย่างนั้นแหละ จึงเรียนถามหลวงพ่อว่าเป็นเพราะเหตุใด ต่อไปจะทำต่อไปได้หรือไม่ครับ ?

หลวงพ่อ : (หัวเราะ) พระพุทธเจ้าัสั่นต่อ อย่าลืมนะถ้าใจสั่นนี่มันผิดปกติ แต่ใจสั่นนี่พอมันภาวนาเร็วเกินไปหรือไม่เข้าใจ ถ้าตัวสั่นนี่เป็นอุพเพงคาปิติ ดีนะ แต่ควรจะคุมอย่าให้ใจสั่น ถ้าใจสั่นหรือไม่สั่น ถ้าจิตมีกำลังสมาธิถึงนั่นมันก็สั่น ถ้าเลยไปแล้วเป็นผรณาปิติ มันก็ไม่สั่น ถ้าต่ำลงมามันก็ไม่สั่นและเวลาที่ว่าคาถานี่ ไม่ควรคิดว่าจะสั่นหรือไม่สั่น เอาแค่จิตเป็นสุขค่อยๆว่าสบายๆ ดีกว่าจึงจะถูกต้องนะ

(จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ สิงหาคม 2536)

ภาวนาคาถาเงินล้านถูกหวย


ผู้ถาม : ภาวนาคาถาเงินล้าน แล้วขอบารมีทุกๆพระองค์ที่เป็นเจ้าของคาถาหยิบหวยรัฐบาล ปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 5 สองใบ แล้วก็ถามเป็นประเด็นว่าการที่เราจะอาราธนาเจ้าของคาถามาซื้อหวยรัฐบาลนี้จะ เป็นบาปหรือไม่ เพราะเป็นการพนันนิดๆ

หลวงพ่อ : ไม่เป็นบาป เขาไม่ถือว่าเป็นการพนันอย่างที่เขาจับกันนี่ การพนันประเภทนี้ ตำรวจเขาไม่ได้จับ ไม่ผิดกฏหมาย ไม่มีอะไรเป็นบาปนะ และก็เราไม่ได้บังคับว่าเลขที่ฉันซื้อมาจะต้องออก เราเขียนเองออกเองนะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เพราะคนหมุนกับเราคนละคนกัน ถือเป็นโชคดีดีกว่า

(จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ สิงหาคม 2536)

คาถา " พุทธะมะอะอุ "


ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าคะ คาถา " อิทธิฤทธิพุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่มะอะอุนี้เถิด " ใช้ประโยชน์ด้านไหนได้อีกนอกเหนือจากอาราธนาพระเจ้าคะ ?

หลวงพ่อ : หลวงพ่อปานท่านปลุกของทุกอย่าง คือว่าของที่เขาเสกมาแล้ว เวลาจะคล้องคอให้นึกถึงพระพุทธเจ้า ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาบทนี้ ท่านใช้แบบนั้นนะ

(จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ พฤศจิกายน 2536)

ถูกกระทำไสยศาสตร์


ผู้ถาม : กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง วันนี้ขอสักครั้งเถอะ ขอพึ่งบารมีหลวงพ่อ คือว่าลูกเป็นครูสอนหนังสือ ถูกกระทำไสยศาสตร์ทุกรูปแบที่เขากระทำมาเป็นเหตุให้ครอบครัวเดือดร้อนเหลือ เกิน แก้หลายแห่งไม่หาย กันหลายที่ก็ไม่อยู่ วันนี้จึงบากหน้ามาพึ่งเพื่อผ่อนคลาย ถ้าหลวงพ่อไม่ช่วยลูกคงม้วยแน่เจ้าข้า

หลวงพ่อ : เขาไม่ได้เขียนยังงั้นละมั๊ง

ผู้ถาม : ต่อให้อีกหน่อย

หลวงพ่อ : เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ ฉันก็แก้ไม่เป็น เวลาบูชาพระก็ภาวนาว่า " สัมปติฉามิ " สัก 7 ครั้ง แค่นี้กันได้เลย

ผู้ถาม : ติ หรือ จิต ครับ

หลวงพ่อ : ติ ก็ได้ ติด ก็ได้

ผู้ถาม : มันมี 2 คำ นะครับ จิตก็มี

หลวงพ่อ : อ๋อ..จิตนั้นย้อนกลับ " สัมปติตฉามิ " หรือ " สัมปติฉามิ " นี่กัน กันทุกอย่าง ถ้า " สัมปจิตฉามิ " ถ้าเขาทำมากลับไปหาเขาเอง

(จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ ธันวาคม 2538)

คาถา " อนัตตา "


ยกทรง : เจริญกรรมฐานบทไหนแล้วค้าขายดี

หลวงพ่อ : บทค้าขายราคาถูก เขาขายบาท เราขาย 50 สตางค์ รับรองเดี๊ยวพรึบเดียวหมด บทนี้บทดีมาก เพราะเมตตาบารมี นี่บวกกับ พรหมวิหาร 4 ไม่ต้องห่วงน่ะ

ยกทรง : โฮ้ เยอะแยะเลย

หลวงพ่อ : ยังดี นี่เป็นบทที่ 1 นะ บทที่ 2 ดีกว่านี้ บท จาคานุสสติ แจกดะเลย

ยกทรง : โอ้ ยอดแท้

หลวงพ่อ : ให้เรื่องค้าขายดีนี่ มีคาถาตลกอยู่บทหนึ่ง

ยกทรง : โอ้ ผมได้จดไว้เลย

หลวงพ่อ : ไม่ต้องจดหรอก มีคาถามหาโต๊ะ มหาโต๊ะนี่น้องชายมหา เตียง คือว่าสมัยนั้นบวชอยู่ด้วยกันนะ แกเป็นนักเทศน์ แล้วก็มีโยมคนหนึ่งแกหาบข้าวแกงขาย หาบไปแล้วเช้า บ่ายกลับมา มันก็ไม่หมดสักวัน วันหนึ่งมหาโต๊ะ แกยืนล้างหน้าอยู่ที่หน้าต่าง แกก็บอกว่าท่านมหามีคาถาอะไรดีๆ ทำน้ำมนต์พรมให้ทีเถอะ ได้ขายออกหมดเร็วๆ มหาโต๊ะแกไม่ใช้คาถาอาคมเขานิ แกนึกอะไรไม่ออก ก็เอาไอ้นี่ถ้าจะดีว่ะ อนัตตา

อนัตตานี่มันหมดนิ ใช่ไหม อนัตตา หมด ตัวก็ตาย ตายไปหมด แกนึกในใจ แกไม่ได้

ยกทรง : ครับ

หลวงพ่อ : อนัตตา มันแปลว่าหมดไม่เหลือ แกเอาน้ำล้างหน้าพรมๆ แต่แกไม่ว่าคาถาดี ยานนั่นไป สายๆกลับ หมด

ยกทรง : ขายๆ หมด แต่ทิ้งของ

หลวงพ่อ : ของหมด(หัวเราะ) หนักใจกะแกซิ ข้าวแกงหมด หม้อยังอยู่ แล้วหาบก็ยังอยู่ แต่สตางค์ได้มา ต้องอธิบายละเอียดไหม เป็นอันว่าโยมไม่เกเร มหาโต๊ะ ตื่น สังเกตุเวลาเช้า แกมาเรื่อยๆ ในที่สุด มหาโต๊ะ เลยต้องทำน้ำมนต์ด้วยคาถาบทนี้ ไว้ที่บูชา แกขายหมดทุกวัน ก็แปลกเหมือนกัน ถ้าจิตตรงนะ อนัตตา ถ้านัดกะตานี่ไม่ค่อยเปลื้อง ถ้านัดกะยายแล้วเปลื้อง

ยกทรง : ลูกหลานคงเอาไปใช้ได้บ้างแบบนี้

หลวงพ่อ : ปู่ย่าตายายก็ใช้ได้ (หัวเราะ)

ยกทรง : เดียวไม่ใช่ อนัตตา ไม่มีใครมาเลย กลัวๆ

หลวงพ่อ : ทำน้ำมนต์ พรม อนัตตา แปลว่าสลายตัวนี่ ก็หมด หมายถึงหมด

ยกทรง : ให้ของหมด

หลวงพ่อ : ใช่

ยกทรง : น้ำมนต์เยอะๆ พรมน้ำมนต์ ก็ให้แน่ใจ

หลวงพ่อ : ความจริง คาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ที่ใช้กันนี่ เวลาขายของ เขาพรมของตั้งแต่ตอนเช้า ถ้าตั้งร้านก็จะพรมหน้าร้านตั้งแต่ตอนเช้าตรู่

ยกทรง : น้ำมนต์ทำตอนกลางคืนหรือฮะ

หลวงพ่อ : ตอนล้างหน้า ทำตอนนั้นนะ หยิบน้ำจะมาล้างหน้า ก็เสกด้วยคาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้าเลย เสกแล้วก็พอล้างหน้าเสร็จก็น้ำพรมๆว่าไปด้วยนะ แล้วเคยทำกัน น้ำหนักของเพิ่ม น้ำหนักนี่ไม่ได้โกง ไม่ได้เอาทรายใส่ แต่น้ำหนักนี่เพิ่ม เขาไปใช้ก็ไม่ขาด นี่เขาลองกันมาแล้วนะ คาถามหาลาภ เป็นคาถาเสกพระวัดพนัญเชิง

วันนั้นเที่ยวมา ไปๆมาๆ ไปโผล่ที่วัดพนัญเชิง นานแล้ว หลายปี 10 ปี 20 ปีกว่า แล้วก็ไปดูว่าที่เลือกพระองค์นี้ ทำไมคนจึงบูชามาก ก็เลยมีภาพปรากฏ นี่ภาพเก่าก็หายแล้วเหลือพระองค์หนึ่งหน้าตักประมาณ 4 ศอก ท่านบอกว่า วัดนี้เขาเรียก พระนางเชิญ ไม่ใช่ พนัญเชิง ถาม ว่าเพราะอะไร ก็พระองค์นี้เศรษฐีนีเขาจับเชิญ สร้างขึ้นมา เชิญขึ้นมา แล้วก็เจ้าอาวาสวัดนั้น รูปร่างผอมๆดำๆ นั่งเสกด้วยคาถาบทนี้อยู่ 3 ปี วัดนั้นจึงมีลาภมาก

แล้วต่อมาสมเด็จโต หรือใครไม่ทราบ ไปสร้างครอบใหญ่โตทีเดียว ถามว่าเสกด้วยคาถาอะไร ก็บอกว่า มหาปุญโญ มหาลาโภ ภวันตุเม แล้ว ท่านก็เลยบอกว่าให้ต่อด้วย คาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ให้เสริมขึ้นมา แล้วคาถาอีกบทหนึ่ง นึกไม่ออกมี 2 บท อีกบทคาถาเงินแสน อีกบทคาถาเงินล้าน

(จากสนทนาสายลมในหนังสือรวมคำสอนธรรมปฏิบัติ เล่ม 15 หน้า 384 )

บทสวดมนต์ของหลวงพ่อฤาษี ตอนปฏิบัติธุดงค์


การปฏิบัติธุดงค์นี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านยังได้แนะนำต่อไปอีกว่า ก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในที่ใด จะเข้าป่าก็ดี บ้านร้างก็ดี ในถ้ำก็ดี ในหุบเขาก็ดี ก่อนที่จะเข้าไปถึงที่นั่น ให้แผ่บทเมตตาจิตด้วยบท "เมตตัญจะ" ( อยู่ตอนท้ายขอบทกรณียเมตตสูตร ) แล้วตั้งใจไว้ว่า

"ขอท่านที่อยู่ที่นี้ทั้งหมด บรรดาอมนุษย์ทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลาย เทวดาหรือพรหมก็ดีที่รักษาที่นี้ เราขออาศัยสถานที่ท่านอยู่ เราขอยอมรับนับถือในท่าน ว่าท่านเป็นผู้มีสิทธิ์ ขอท่านได้โปรดคุ้มครองให้เรามีความสุขปลอดภัยจากอันตราย แล้วก็ช่วยส่งเสริมในการเจริญสมณธรรมด้วย.."

เมื่อเข้าไปอยู่แล้วให้สวดเป็นปกติ แต่ถ้าเป็นจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน อันนี้ต้องว่าอีกบทหนึ่ง ซึ่งเป็นบทเมตตาเหมือนกัน คือบท "วิรูปักเข" สำหรับบรรดาสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ที่ไม่มีเท้า สัตว์มีเท้าน้อย สัตว์มีเท้ามาก..รวมหมด!

ส่วนบท "วิปัสสิส" ( ที่เขาสวดเวลาทำพิธีภาณยักษ์กัน ) อันนี้ไปที่ไหนไม่ควรใช้นะ ถ้าเผลอเมื่อไหร่ เทวดาเขาตีพังเมื่อนั้นแหละ เอาไปเป็นบทขับผีขับเทวดาไม่ควรอย่างยิ่ง บทที่เป็นศัตรูกับเขาอย่าใช้ ใช้แต่บทที่เป็นมิตรง

ทีนี้การปักกลดของพระธุดงค์ จงอย่าให้ใกล้บ้านเข้ามาน้อยกว่า ๑ กิโลเมตร อันนี้ต้องถือเป็นปกติ เพราะว่าเวลากลางคืน ชาวบ้านเขาคุยกัน เราไม่ได้ยินเสียงเด็กเล็กมันร้อง เราไม่ได้เสียง เสียงจะได้ไม่รบกวนเราจะปฏิบัติสมณธรรมได้แบบสงัด..แบบสบาย แล้วก็ไม่ห่างเกินไป เวลาเข้ามาบิณฑบาตก็ไม่ไกลเกินไป

แล้วการปักกลดก็ต้องดูสถานที่เสียก่อน ว่าเราควรจะปักตรงไหน มันเป็นที่เขาหวงห้ามหรือเปล่า ถ้าที่เขาหวงห้ามก็อย่าปัก เพราะว่าถ้าปักแล้วมันถอนไม่ได้ ปักกลดลงไปแล้ว ฝนจะตก สัตว์ร้ายจะพึงมี นี่ถอนไม่ได้เด็ดขาด ตายให้มันตายไปเลย ต้องตัดสินใจตามนั้น คือ แทนที่เราไม่ชอบใจตรงนี้ เราจะหนีไปตรงโน้น..อันนี้ไม่ได้!

เวลาจะปักกลดนี่ ท่านให้นึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน เขาให้ว่า คาถาบารมี ๓๐ ทัศ ไปเรื่อย ๆ กี่จบก็ได้ จนกว่าจะปักเสร็จ พระคาถาว่าดังนี้...

อิติ ปาระมิตตา ติงสา อิติ สัพพัญญู มาคะตา
อิติ โพธิมะนุปปัตโต อิติปิ โส จะ เต นะโม

ถ้าปักเสร็จแล้ว เวลาจะตอกหลักขึงสายอัพโภกาส ( สายเชือกที่ขึงกลด ) ท่านให้ว่าคาถาบทนี้

"ภะสัมสัม วิสะเทภะ"

ว่าไปเรื่อย ตอกไปเรื่อยจนกว่าจะแน่น เวลาผูกก็เหมือนกัน ให้ว่าคาถาบทนี้จนกว่าจะผูกเสร็จ คาถาบทนี้เขาเรียก "คาถาตวาดป่าหิมพานต์" เขาตวาดช้างหนีนะ เป็นคาถามหาอำนาจไล่ช้างหนีได้ สัตว์ไม่กล้าเข้า สัตว์จะมาวนได้แค่หลักนะ เข้ามาในหลักไม่ได้

บทเมตตัญจะ

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ

เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน กาเมสะ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติฯ

บทวิรูปักเข

วิรูปักเขหิ เม เมตตัง เมตตัง เอราปะเถหิ เม ฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตัง เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ อะปาทะเกหิ เม เมตตัง เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม มา มัง อะปาทะโก หิงสิ มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท

สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ มา กิญจิ ปาปะมาคะมา

อัปปะมาโณ พุทโธ อัปปะมาโณ ธัมโม อัปปะมาโณ สังโฆ ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ อะหิ วิจฉิกา สะตะปะที อุณณานาภี สะระพุ มูสิกา กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา ปะฏิกกะมันตุ ภูตานิ โสหัง นะโม ภะคะวะโต นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานังฯ

( หมายเหตุ : ก่อนที่จะสวด ๒ บทนี้ ควรตั้งนะโม ๓ จบ แล้วสวด "อิติปิ โส" ก่อน )

พระพุทธคาถาแก้รักษาโรคมะเร็ง


วันพระ 15 ค่ำ ทรงศีล 8 บวงสรวงโดยใช้คำบวงสรวงของหลวงพ่อพระราชพรหมยานเถระ
แต่งชุดขาว อธิษฐานภาวนาด้วยพระคาถารักษาโรค

พุทธังทลาย ธัมมังหาย สังฆังสูญ

พุทโธรักษา ธัมโมรักษา สังโฆรักษา

แล้วสูดลมกลั้นหายใจ 1 อึด
และภาวนาตามลมหายใจเข้าออกนึกในใจว่า

สัมพุทโธมะอะอิ ระโชหะระนัง ระชังหะระติ

admin โพสต์เมื่อ 2013-1-14 21:46:29

รวมคำถามคำตอบ พระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

คาถาขอลาภ คาถาขับมาร


คาถาขอลาภเป็นคำแปลก ๆ หน่อย ฟังทันไหม ? จะจดก็ได้นะ คาถาขอลาภเขาว่าอย่างนี้ ให้กลั้นใจท่องคาถาในใจว่า " ฮัดนิกุดกัดกา กากิกูสูจิ " กลั้นใจว่า ๙ จบ คาถานี้เป็นของหลวงพ่อซ่วน เขาใช้แล้วได้ผลอัศจรรย์ดี มีคนเอาไปใช้กันหลายคน

ส่วนคาถาป้องกันภัยหรือว่าคาถาขับมารของหลวงปู่ชุ่ม วัดวังมุยนั้น ท่านให้ว่าคาถาพร้อมทั้งโบกมือไล่ทั้ง ๔ ทิศ เพื่อความปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม หรือว่าเวลาจะเจริญกรรมฐาน ท่านให้ว่าคาถานี้แล้วโบกมือไล่ทั้ง ๔ ทิศ ท่านบอกว่าป้องกันมารเข้ามาแทรก ทำให้เราไขว้เขว เสียผลในการปฏิบัติ

เพราะฉะนั้น ถ้าใครใช้คาถาก็มีผลป้องกันอันตราย และก็ขับไล่สิ่งที่ไม่ดีที่จะเข้ามาก่อกวนเราด้วย คาถาว่า " ตะรังเม ยาจามิ "ว่าเสร็จก็โบกมือไปทีหนึ่ง จนครบ ๔ ทิศ คำว่าทิศไม่จำเป็นต้องเหนือ ใต้ ออก ตก แต่ให้ใช้ ซ้าย ขวา หน้า หลัง ของเราเอง

สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ เดือนสิงหาคม ๒๕๔๔

เรื่องของคาถาไม่ได้สำคัญที่คาถา สำคัญที่ใจของเรา


ถาม : บทสวดอิติปิโสถอด ?

ตอบ : เขาถอดไม่รู้ตั้งกี่อุปเท่ห์ อิติปิโสแปดทิศก็มี อิติปิโสรัตนมาลาก็มี ถ้าเป็นอิติปิโสรัตนมาลาก็ ๑๐๘ บทพอดี เขาถอดอักขระแต่ละตัวออกมาเป็นพระคาถา ๑ บท อย่างเช่น อิ ก็เป็น อิฏโฐ สัพพัญญุตะญานัง อิจฉันโต อาสะวักขะยัง อิฏฐัง ธัมมัง อะนุปปัตโต อิทธิมันตัง นะ มามิหัง นี่คืออิตัวเดียว กว่าจะครบก็ตาย..ตั้ง ๑๐๘ ตัว

ถาม : (ไม่ได้ยิน)

ตอบ : อยู่ที่ใจเรา ถ้ากำลังใจมั่นคง ต้องการให้เป็นแบบไหนก็เป็นแบบนั้น เรื่องของคาถาไม่ได้สำคัญที่คาถา สำคัญที่ใจของเรา คาถาดีแค่ไหนถ้ากำลังใจไม่ได้เรื่องก็ไม่มีประโยชน์


สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕
ที่มา : เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕ - กระดานสนทนาวัดท่าขนุน       
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: รวมเกร็ดความรู้เรื่องคาถาจากคำถามคำตอบ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน